แนวทางการพัฒนาการนิเทศภายในของครูผู้สอน

ชื่อวิทยานิพนธ์ : แนวทางการพัฒนาการนิเทศภายในของครูผู้สอน

สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพะเยา

ชื่อผู้วิจัย : นายเจตน์ วังไชยเรืองศรี

ปริญญา : ครุศาสตรมหาบัณฑิต

สาขาวิชา : การบริหารการศึกษา

ปีการศึกษา : 2545

คณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์

รองศาสตราจารย์ ดร. นพพร ธนะชัยขันธ์ ประธานกรรมการ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สมบูรณ์ อริยา กรรมการ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ทศพล อารีนิจ กรรมการ

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ประการแรก เพื่อศึกษาความต้องการพัฒนา การนิเทศภายในของครูผู้สอนสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพะเยา ประการที่สอง เพื่อเปรียบเทียบความต้องการพัฒนาการนิเทศภายในของครูผู้สอนระหว่าง ระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ใน 4 ด้าน คือ ด้านการจัดและพัฒนาหลักสูตร ด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ด้านการประกันคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และด้านการวัดผลประเมินผล การเรียนรู้ตามสภาพที่แท้จริง ประการสุดท้าย เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาการนิเทศภายในที่ตอบสนองความต้องการพัฒนาการการนิเทศภายในของครูผู้สอนสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพะเยา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคือครูผู้สอนระดับชั้นอนุบาล จำนวน 199 คน ครูผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษา จำนวน 382 คน และครูผู้สอนระดับชั้นมัธยมศึกษา จำนวน 186 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถาม แบ่งเป็น 3 ตอน ตอนแรกเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่สองเกี่ยวกับสภาพหรือปัจจัยที่บ่งชี้ความต้องการพัฒนางานทั้ง 4 ด้าน เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาการนิเทศภายใน ตอนที่สามเป็นแบบสอบถามชนิดปลายเปิด สอบถามความ คิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาการนิเทศภายใน ตามความคิดเห็นของครู ผู้วิจัยสามารถเก็บรวบรวม ข้อมูลได้ครบถ้วน และนำข้อมูลมาวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for Windows เพื่อหาค่าเฉลี่ย () และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เปรียบเทียบความต้องการพัฒนา การนิเทศภายในของครูผู้สอน โดยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) นำเสนอผลการวิเคราะห์โดยใช้ตารางประกอบคำบรรยาย

ผลการศึกษาพบว่า

1. ความต้องการพัฒนาการนิเทศภายในของครูผู้สอนสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพะเยา ใน 4 ด้าน คือ ด้านการจัดและพัฒนาหลักสูตร ด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญ ด้านการประกันคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และด้านการวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริง ในภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกด้าน

2. เปรียบเทียบความต้องการพัฒนาการนิเทศภายในของครูผู้สอนระหว่าง ระดับอนุบาล ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา โดยการวิเคราะห์ความแปรปรวนแล้ว พบว่า ครูผู้สอนที่สอนต่างระดับกันมีความต้องการพัฒนาการนิเทศภายในไม่แตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05

3. แนวทางการพัฒนาการนิเทศภายในตามความต้องการพัฒนาการนิเทศภายในของ ครูผู้สอน 4 ด้าน คือ ด้านการจัดและพัฒนาหลักสูตร คือต้องยืดหยุ่น สนองความต้องการของผู้เรียน ชุมชน สังคม และประเทศชาติ มีความสมดุลทั้งสาระการเรียนรู้ เวลา มีเป้าหมายการพัฒนาในลักษณะองค์รวม ด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ คือต้องให้ครูเป็นผู้วางแผน การสอน กระตุ้นผู้เรียนให้แสวงหาความรู้ ครูเป็นผู้เสริมเติมแต่งความรู้นักเรียนให้สมบูรณ์ ด้าน การประกันคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา คือต้องให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะเชิงกระบวนการทำงาน ให้ผู้เรียนดำรงชีวิตในสังคมอย่างมีความสุข และด้านการวัดผลประเมินผลตามสภาพที่ แท้จริง คือต้องมีการวัดผลประเมินผลตามมาตรฐาน ตัวบ่งชี้ความสำเร็จ กระบวนการประเมินต้องควบคู่ไปกับกระบวนการเรียนการสอน และผู้เรียนมีส่วนร่วมในการประเมินผลการเรียนรู้ของตน และจากการสนทนากลุ่มผู้บริหารโรงเรียน (Focus Group Discussion Management) พบว่า กระบวนการนิเทศภายในโรงเรียนของผู้บริหารจะมีคณะทำงานที่ประกอบด้วย ผู้บริหาร คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วมวางแผน เพื่อให้เกิดความคิดที่ หลากหลายในการแก้ปัญหาความต้องการ คือการวางแผนร่วมกัน (Plan) ว่าจะต้องทำอย่างไร แต่งตั้งคณะทำงาน (Do) คณะกรรมการประเมินผล (Check) และร่วมมือปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง (Action) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องตามกระบวนการบริหารงานของเดมมิ่ง (PDCA)

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: